|
การแก้ไข ป.พ.พ. ว่าด้วย หุ้นส่วนบริษัท เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็วในการจัดตั้งธุรกิจ และความน่าเชื |
|
ตามที่ได้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2551 เป็นต้นไป สาระสำคัญของการแก้ไขเป็นเรื่องที่ ผู้ประกอบธุรกิจจะได้รับความสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอนช่วยส่งเสริมการจัดตั้งธุรกิจ และเพิ่มความน่าเชื่อถือในการติดต่อทำธุรกิจการค้าสรุปประเด็นสำคัญ มีดังต่อไปนี้ |
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับธุรกิจ SMEs |
 กรมสรรพากรได้ส่งเสริมและสนับสนุนการให้ประโยชน์ทางธุรกิจ SMEs ด้วยวิธีการต่าง เช่น |
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
ประมวลรัษฎากรได้กำหนดวิธีการคำนวณภาษีของภาษีแต่ละประเภทไว้แตกต่างกัน เช่น จัดเก็บภาษีจากเงิน  ได้สุทธิ ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินที่หักออกด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว จัดเก็บภาษีจากกำไรสุทธิ จัดเก็บภาษีจากรายรับหรือรายได้ก่อนหักรายจ่าย หรือกำหนดให้เสียอากรแสตมป์ในอัตราร้อยละของมูลค่าตราสาร หรือสัญญา เป็นต้น วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สรุปได้ดังนี้ |
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
ประเภทภาษีอากร ประมวลรัษฎากรเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจกรมสรรพากรจัดเก็บภาษี 5 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ภาษีอากรแต่ละประเภทมีลักษณะและวิธีการจัดเก็บที่แตกต่างกัน ดังนี้ |
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises = SMEs) |
วิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises = SMEs) เป็นธุรกิจที่มีจำนวนมากในประเทศไทย ผู้ประกอบการส่วนมากประกอบการในรูปของบุคคลธรรมดา คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือกิจการร่วมค้า ซึ่งจะประกอบธุรกิจขายสินค้า ผลิตสินค้า หรือให้บริการ ทุกธุรกิจจะเกี่ยวข้องกับหน้าที่ทางภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร การกำหนดลักษณะ SMEs หน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทยมักจะใช้กำหนดลักษณะตามกฎกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดจำนวนการจ้างงาน และมูลค่าสินทรัพย์ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ.2545 |
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
หลักการน่ารู้หลักการทำบัญชี |
หลักความสม่ำเสมอ (The Consistency Principle) การใช้งบการเงินสำหรับระยะเวลาหนึ่ง บางครั้งอาจเพียงพอในการช่วยตัดสินใจ แต่งบการเงินสำหรับระยะเวลาหลาย ๆ ช่วงติดต่อกันไปย่อมจะมีความหมายและให้ประโยชน์แก่ผู้ใช้ได้ดีกว่าการเปรียบ เทียบงบการเงินสำหรับระยะเวลาที่แตกต่าง ย่อมจะเกิดผลและมีประโยชน์ต่อเมื่องบการเงินนั้น ๆ ได้จัดทำขึ้นโดยอาศัยมาตรฐานการบัญชีเดียวกัน ฉะนั้นการปฏิบัติทางบัญชี ของกิจการหนึ่ง ๆ จึงต้องยึดหลักความสม่ำเสมอ กล่าวคือ เมื่อเลือกใช้การปฏิบัติบัญชีวิธีใดแล้วจะต้องใช้วิธีนั้นโดยตลอด แต่ทั้งนี้ มิได้หมายความว่าจะเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติบัญชีไม่ได้เลย เพราะเหตุการณ์และสิ่งแวดล้อมในธุรกิจย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา |
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 หน้าถัดไป > หน้าสุดท้าย >>
|