หน้าแรก (Home)
สำนักงานสุทธิการบัญชี และทนายความ
ถาม ตอบ ปัญหาปรึกษาปัญหา (ต้องสมัครสมาชิกก่อนจึงจะใช้ได้)  


master
 
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับรู้รายได้ค่าเช่า - 16/06/2008 21:48
เลขที่หนังสือ: กค 0702(กม.04)/135
วันที่: 4 มีนาคม 2551

เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับรู้รายได้ค่าเช่าแบบลิสซิ่งและการตั้งสำรองค่าเผื่อห นี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญ

ข้อกฎหมาย: มาตรา 65 วรรคสอง มาตรา 65 ทวิ (3) และมาตรา 65 ตรี (1)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ
ธนาคาร ก. มีนโยบายจะซื้อหนี้ตามสัญญาให้เช่าแบบลิสซิ่งรถยนต์จากบริษัท ข. โดยการรับโอนสิทธิและ หน้าที่ตามสัญญาให้เช่าแบบลีสซิ่งจากผู้ขาย หากมูลค่าของค่าเช่าทั้งหมดตามสัญญาให้เช่าแบบลีสซิ่งที่ผู้เช่ า จะต้องชำระต่อไปอีกจนครบสัญญารวมเป็นจำนวนเงิน 70 ล้านบาท (มูลค่าสิทธิ) ธนาคารฯ จะซื้อหนี้ดังกล่าว ในราคา 68 ล้านบาท (ราคาซื้อ)
ธนาคารฯ จึงหารือว่า ความเข้าใจของธนาคารฯ ดังต่อไปนี้ ถูกต้องหรือไม่
1. ประมวลรัษฎากรกำหนดให้สัญญาเช่าแบบลีสซิ่งรับรู้รายได้ในลักษณะ ของค่าเช่า และมีสิทธิหักค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินที่ให้เช่าได้ ดังนั้น ธนาคารฯ จึงไม่ต้องนำส่วนต่างระหว่างมูลค่าตามสิทธิกับราคาซื้อมาถือเป็ นรายได้ของ ธนาคารฯ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่ธนาคารฯ ซื้อหนี้ดังกล่าว โดยธนาคารฯ จะรับรู้รายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเมื่อธนาคารฯ ได้รับชำระจากผู้เช่าเป็นงวด ๆ ไป
2. ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อ และให้เช่าแบบลีสซิ่ง ลงวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2547 กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ หรือหนี้สงสัยจะสูญสำหรับหนี้ตามสัญญาให้เช่าแบบลีสซิ่ง ดังนั้น ธนาคารฯ จึงมีสิทธินำเงินสำรองที่ธนาคารฯ ตั้งไว้สำหรับหนี้ตามสัญญาให้เช่าแบบลีสซิ่งมาหักเป็นรายจ่ายได ้ตามมาตรา 65 ตรี (1)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร
3. ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้ธนาคารหยุดรับรู้รายได่ และโอนกลับรายได้เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระติดต่อกันเป็นเวลามากกว ่า 3 งวด ดังนั้น ธนาคารฯ จึงสามารถใช้เกณฑ์เงินสดในการรับรู้รายได้ค่าเช่าตามสัญญาให้เช ่าแบบลีสซิ่ง ได้

แนววินิจฉัย
1. กรณีธนาคารฯ ซื้อหนี้ตามสัญญาเช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์จากบริษัท น. ตามข้อเท็จจริง ธนาคารฯ ผู้ซื้อ จะต้องนำส่วนต่างระหว่างราคาที่พึงซื้อทรัพย์สินนั้นได้ตามปกติ ตามมาตรา 65 ทวิ (3) แห่งประมวลรัษฎากร และ ราคาซื้อขายตามสัญญามารวมคำนวณเป็นรายได้ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญ ชีตามส่วน แห่งระยะเวลาการให้เช่า ทรัพย์สินเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร
2. กรณีธนาคารฯ ประกอบธุรกิจให้เช่าแบบลีสซิ่ง ถือเป็นการให้สินเชื่อประเภทหนึ่ง ดังนั้น ธนาคารฯ จึงสามารถนำเงินสำรองที่กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสั ยจะสูญสำหรับ หนี้ตามสัญญาให้เช่าแบบลีสซิ่งตาม หลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด มาถือเป็นรายจ่ายได้ตามมาตรา 65 ตรี (1)(ค) แห่ง ประมวลรัษฎากร
3. การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ ่งประกอบ กิจการธนาคารให้ใช้ เกณฑ์สิทธิตามมาตรา 65 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 3.1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.1/2528ฯ ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ทั้งนี้ กรณีลูกหนี้ของธนาคารฯ ตามสัญญาให้เช่าแบบลีสซิ่ง ผิดนัดชำระค่าเช่าติดต่อกันเวลา 3 เดือนแล้ว ธนาคารฯ จะหยุดรับรู้รายได้และคำนวณค่าเช่าเป็นรายได้ในรอบ ระยะเวลาบัญชีที่ได้รับชำระไม่ได้ เนื่องจากเงินได้ตามสัญญาให้เช่าแบบลีสซิ่งมิใช่ดอกเบี้ยจากการ ให้สินเชื่อ เนื่องจากการให้กู้ยืมเงินตามข้อ 3.1 ของคำสั่งกรมสรรพากรฉบับดังกล่าว
ผู้ดูแลระบบไม่อนุญาตให้ผู้เยี่ยมทั่วไปเขียน

tukta52
Junior Boarder
 
ตอบ:ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับรู้รายได้ค่าเช่า - 20/03/2010 15:23
โปรแกรมบัญชี




ใช้ฟรี ไม่จำกัดระยะเวลา, ฐานข้อมูล, ขนาดข้อมูล, ไม่มีล็อค ฯลฯ


http://www.smlsoft.com
ผู้ดูแลระบบไม่อนุญาตให้ผู้เยี่ยมทั่วไปเขียน