หน้าแรก (Home)
วิธีการคำนวณภาษี
ประมวลรัษฎากรได้กำหนดวิธีการคำนวณภาษีของภาษีแต่ละประเภทไว้แตกต่างกัน เช่น จัดเก็บภาษีจากเงินImageได้สุทธิ ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินที่หักออกด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว จัดเก็บภาษีจากกำไรสุทธิ จัดเก็บภาษีจากรายรับหรือรายได้ก่อนหักรายจ่าย หรือกำหนดให้เสียอากรแสตมป์ในอัตราร้อยละของมูลค่าตราสาร หรือสัญญา เป็นต้น
วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สรุปได้ดังนี้
ตารางสรุปวิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
 
ภ.ง.ด.94 ภาษีเงินได้ครึ่งปี
 
มาตรา 40(5)-(8) แห่งประมวลรัษฎากร
 
วิธีคิดคำนวณมี 2 วิธี
วิธีที่ 1 คำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ
-นำเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย. หักออกด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเงินได้สุทธิ ให้นำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษี ตามบัญชีอัตราภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา จะได้ภาษีที่ต้องชำระครึ่งปี และสามารถ นำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้
 
วิธีที่ 2 คำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมิน
เงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย. ตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไป ให้นำเงินได้พึงประเมินทั้งหมดไป คำนวณภาษีอัตราร้อยละ 0.50 ภาษีที่คำนวณได้จะเป็นภาษี ต้องชำระครึ่งปี และสามารถนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้
***เปรียบเทียบยอดภาษีต้องชำระวิธีที่ 1 กับวิธีที่ 2
-ให้ชำระยอดภาษีที่คำนวณได้มากกว่า

ก.ค.- ก.ย. ของปีนั้น

- เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก ได้รับการยกเว้นภาษี ตั้งแต่ปีภาษี 2551
- เงินได้ ม.40(5)-(8) เลือกหักค่าใช้จ่ายเหมาหรือหักตามความจำเป็นและสมควรได้
- เงินได้ ม.40(8) ที่มิได้ ระบุไว้ใน พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 11 ให้หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร เท่านั้น
 
ภ.ง.ด.90 ภาษีเงินได้ประจำปีภาษี
 
มาตรา 40(2)-(8) หรือมาตรา 40(1) และมาตรา 40(2)-(8) แห่งประมวลรัษฎากร
 
วิธีคิดคำนวณมี 2 วิธี
 
วิธีที่ 1 คำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ
-นำเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่เดือน ม.ค.-ธ.ค. หักออกด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเงินได้สุทธิ ให้นำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษี ตามบัญชีอัตราภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา จะได้ภาษีที่ต้องชำระประจำปี สามารถนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย และภาษีที่ชำระตามแบบ ภ.ง.ด.94 มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระประจำปีภาษีได้
 
วิธีที่ 2 คำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมิน
เงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่เดือน มกราคมถึงธันวาคม ตามมาตรา 40(2)-(8) ตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไป ให้นำเงินได้ พึงประเมินทั้งหมด ไปคำนวณภาษีอัตราร้อยละ 0.50 ภาษีที่ คำนวณได้เป็นภาษีที่ต้องชำระทั้งปีและสามารถนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายและภาษีที่ชำระตามแบบ ภ.ง.ด.94 มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้
***เปรียบเทียบยอดภาษีต้องชำระวิธีที่ 1 กับวิธีที่ 2
-ให้ชำระยอดภาษีที่คำนวณได้มากกว่า
 
ม.ค.- มี.ค.
ของปีถัดไป
 
- เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก ได้รับการยกเว้นภาษี ตั้งแต่ปีภาษี 2551
-เงินได้ ม.40(5)-(8) เลือกหักค่าใช้จ่าย
เหมาหรือหักตาม ความจำเป็นและสมควรได้
-เงินได้ ม.40(8) ที่มิได้ ระบุไว้ใน พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 11 ให้หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร เท่านั้น
 
ภ.ง.ด.91 ภาษีเงินได้ประจำปีภาษี
 
ม.40(1)แห่งประมวลรัษฎากร
 
คำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ
นำเงินได้พึงประเมินประเภทเงินเดือน ค่าจ้างฯลฯ ที่ได้รับตั้งแต่เดือน ม.ค.-ธ.ค. ของปีที่ผ่านมา หักออกด้วยค่าใช้จ่ายและ ค่าลดหย่อน ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเงินได้สุทธิ แล้วจึงนำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะได้ภาษีที่ต้องชำระทั้งปีและสามารถนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้
 
ม.ค.- มี.ค. ของปีถัดไป
 
เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก ได้รับการ
ยกเว้นภาษี ตั้งแต่ปีภาษี 2551
 
ตารางสรุปวิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
ภ.ง.ด.51 ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีแรก
 
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด
- บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามกฎหมายไทย
- กิจการร่วมค้า
- บริษัทที่ตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศที่ ประกอบกิจการในไทย
- นิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศ
- กิจการของรัฐบาล ต่างประเทศ
-องค์กรของรัฐบาล
ต่างประเทศ
- เป็นรายได้และรายจ่าย ที่เกิดขึ้นในรอบ 6 เดือน แรกนับแต่วันเริ่มต้นของรอบระยะเวลาบัญชี
- ใช้เกณฑ์สิทธิในการรับรู้ รายได้และรายจ่าย
 
ประมาณการกำไรสุทธิ
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องประมาณการกำไรสุทธิจากรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี
เมื่อได้ประมาณกำไรสุทธิทั้งรอบระยะเวลาบัญชีแล้ว ให้นำกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล จะได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระครึ่งปี หากมีภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย สามารถนำมาหักออกจากภาษีต้องชำระได้
วิธีคำนวณภาษีต้องเป็นไปตามมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร
 
กำไรสุทธิ
ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุนบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ หรือบริษัทที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนดให้นำรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงในครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีแรกมาคำนวณหากำไรสุทธิวิธีคำนวณภาษีต้องเป็นไปตามมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรเมื่อได้กำไรสุทธิแล้วให้นำไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจะได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระครึ่งปี หากมีภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายสามารถนำมาหักออกจากภาษีต้องชำระได้
 
ภายใน 2 เดือน นับแต่วันสิ้น 6 เดือนแรกของรอบระยะ
เวลาบัญชี
-ประมาณการกำไรสุทธิขาดไป เกินกว่าร้อยละ 25 จะต้องเสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 20 ของประมาณการกำไรสุทธิ ที่ประมาณ การขาดไป แต่เงินเพิ่ม อาจลดลง เสียสูงสุดไม่เกินร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของภาษีที่ชำระขาดไปได้ (ท.ป.81/2542)
-ขาดทุนสุทธิหรือไม่มี รายได้ก็ต้องยื่นแบบฯ
-บริษัท/ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ และมีรอบระยะเวลา บัญชีไม่ครบ 12 เดือนไม่จำเป็นต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.51
-ยื่นแบบฯ ณ สถาน ประกอบการที่สำนักงาน ใหญ่ตั้งอยู่ หรือยื่นแบบ ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th
 
ภ.ง.ด.50 ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี
 
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด
- บริษัทหรือ
- ห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลตามกฎหมายไทย
- กิจการร่วมค้า
- บริษัทที่ตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศที่ ประกอบกิจการในไทย
- นิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศ
- กิจการของรัฐบาล ต่างประเทศ
- องค์กรของรัฐบาล ต่างประเทศ
 
-เป็นรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี
-ใช้เกณฑ์สิทธิในการรับรู้รายได้และรายจ่าย
 
กำไรสุทธิ
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องนำรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี มาคำนวณหากำไรสุทธิ วิธีคำนวณภาษีต้องเป็นไปตามมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อได้กำไรสุทธิ แล้วให้นำไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ นิติบุคคล จะได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี สามารถนำภาษีที่ชำระแล้วตามแบบ ภ.ง.ด.51 และภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้
 
ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี
 
-แนบงบการเงิน พร้อม
กับแบบ ภ.ง.ด.50
-ขาดทุนสุทธิหรือไม่มี
รายได้ก็ต้องยื่นแบบฯ
-ให้ยื่นแบบ ณ สถาน
ประกอบการที่สำนักงาน ใหญ่ตั้งอยู่หรือยื่นแบบ ผ่านทางเว็บไซต์ของ กรมสรรพากร www.rd.go.th
 
 ภ.ง.ด.52 ภาษีเงินได้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี
 
บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบการขนส่งผ่านประเทศต่าง ๆรวมทั้งประเทศไทย
 
- เป็นรายได้ก่อนหักรายจ่าย ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี
-ใช้เกณฑ์สิทธิ ในการรับรู้รายได้
 
นำรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีมาคำนวณภาษี ในอัตราร้อยละ 3 ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นภาษีต้องชำระสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น หากมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย สามารถนำมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้
 
ภายใน 150 วัน
นับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี
 
- รายได้ที่นำมาคำนวณภาษี เป็น ค่าขนส่ง ค่าระวาง ฯลฯ จากการขนส่งออกนอก ประเทศไทย
- รายได้อาจได้รับการยกเว้นภาษีหรือลดอัตราภาษีตามอนุสัญญา ภาษีซ้อน
- ไม่มีรายได้ก็ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.52

ภ.ง.ด.55 ภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี
 
มูลนิธิหรือสมาคมที่เป็นนิติบุคคลซึ่งมีรายได้
 
-รายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี
-ใช้เกณฑ์สิทธิในการรับรู้รายได้นำรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีมาคำนวณภาษีอัตราร้อยละ 10 เว้นแต่เงินได้ตามมาตรา 40(8)แห่งประมวลรัษฎากร ให้คำนวณภาษีอัตราร้อยละ 2 ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นภาษีต้องชำระในรอบระยะเวลาบัญชี หากมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย สามารถนำมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้

ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี

-มูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศให้เป็นองค์กร สาธารณะกุศลส่งรายงานการประชุมใหญ่ งบดุล และบัญชี รายได้รายจ่าย ให้กรมสรรพากร ทราบภายใน 150 วัน นับแต่สิ้นรอบระยะเวลาบัญชี
- รายได้บริจาค ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุง ที่ได้จากสมาชิก ได้รับการยกเว้นภาษี
- ไม่มีรายได้ก็ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.55
 
ตารางสรุปวิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
 
ภ.พ.30
(แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
ผู้ประกอบการจดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพิ่ม

-รายรับเป็นยอดขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
-รายจ่ายเป็นยอดซื้อสินค้าหรือใช้บริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
 
นำยอดขายทั้งเดือนภาษีมาคำนวณหาภาษีขายในอัตราร้อยละ7 และนำยอดซื้อทั้งเดือนภาษี มาคำนวณหาภาษีซื้อในอัตราร้อยละ 7 หลังจากนั้นให้นำภาษีขายหักออกด้วยภาษีซื้อ
-หากมีภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ให้ชำระภาษีส่วนต่างนั้น
-หากมีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย จะขอคืนภาษีส่วนต่างเป็นเงินสด หรือยกไปใช้เป็นเครดิตภาษีในเดือนถัดไปได้
 
ตั้งแต่วันที่ 1-15 ของเดือนถัดไป ทุกเดือนไม่ว่าจะมีรายรับหรือไม่

- กรณีส่งออกเสียภาษี อัตราร้อยละ0
- กรณีทั่วไปเสียภาษีอัตรา ร้อยละ 7
(รวมภาษีที่จัดเก็บให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น)

ภ.พ.36 (แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
- ผู้ส่งเงินทุกราย
- ผู้รับโอนสิทธิ
- ผู้ขายทอดตลาด
- ส่วนราชการ ขายทรัพย์สินที่ถูกยึด
- รายจ่ายยอดซื้อสินค้าหรือซื้อบริการ จากผู้ประกอบการที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่เข้ามาขาย สินค้าหรือให้บริการเป็นการชั่วคราวในประเทศไทย
- รายจ่ายค่าซื้อบริการจากประกอบการ ในต่างประเทศ และนำผลการให้ บริการนั้นเข้ามาใช้ในประเทศไทย
- รายจ่ายกรณีรับโอนสินค้าหรือรับโอน สิทธิบริการ ที่ได้เสียภาษีอัตราร้อยละ 0
- รายรับการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียนกรณีผู้ขายทอดตลาดมิใช่ส่วนราชการ
- รายรับการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ของผู้ประกอบการจดทะเบียนกรณี ส่วนราชการขายทรัพย์สิน
 
 
- นำรายจ่ายที่เป็นยอดซื้อสินค้าหรือซื้อบริการมาคำนวณภาษีในอัตรา ร้อยละ 7
- นำรายจ่ายค่าโอนสิทธิในสินค้าหรือ บริการมาคำนวณภาษีอัตราร้อยละ7
- นำรายรับจากการขายทรัพย์สิน จากการทอดตลาดหรือจากการ ขายทรัพย์สินถูกยึดมาคำนวณ ภาษีอัตราร้อยละ 7
 
- กรณีผู้ส่งเงินทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 1-7 ของเดือนถัดไปจากเดือนที่จ่ายเงิน
- กรณีผู้รับโอนสิทธิ ในสินค้าหรือบริการ ให้ยื่นแบบภายใน 30 วัน นับแต่วัน รับโอนสิทธิ - ผู้ขายทอดตลาดหรือ ส่วนราชการขาย ทรัพย์สินให้ยื่นแบบ ตั้งแต่วันที่ 1-7 ของ เดือนถัดไปจากเดือนที่ขาย
 
- ยื่นแบบ ภ.พ.36 เป็นรายผู้ประกอบการรับเงิน
- ใบเสร็จรับเงินที่กรมสรรพากร ออกให้จากการยื่นแบบ ภ.พ.36 ถือเป็นใบกำกับภาษีสามารถนำไป คำนวณภาษีซื้อในเดือน ภาษีที่กรมสรรพากรออก ใบเสร็จรับเงินให้ มิใช่เดือนที่จ่ายเงินให้ผู้ขายสินค้าหรือให้บริการ
 
 
ตารางสรุปวิธีการคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ
 
ภ.ธ.40 (แบบแสดงรายการ ภาษีธุรกิจเฉพาะ)
ผู้ประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
รายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ
 
นำรายรับที่มิได้หักรายจ่ายใด ๆ ที่ได้รับในเดือนภาษี มาคำนวณภาษีในอัตราร้อยละ ตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนดผลลัพธ์ที่คำนวณได้จะเป็นภาษีต้องชำระ และจะต้องเสียภาษีให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มอีกร้อยละ 10 ของอัตราภาษีที่จัดเก็บตามประมวลรัษฎากร
 
- ตั้งแต่วันที่ 1-15 ของเดือนถัดไป
- กรณีขาย อสังหาริมทรัพย์เป็นทางการค้าหากำไรให้ เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ขณะที่จดทะเบียน สิทธิ และนิติกรรม ที่กรมที่ดินโดยไม่ ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40 ที่กรมสรรพากรอีก
 
- ผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษีธุรกิจเฉพาะ ต้องยื่น แบบ ภ.ธ.40 เป็นประจำทุกเดือนภาษี ไม่ว่าจะมีรายรับหรือไม่
- อัตราภาษีตาม ม.91/6 แห่งประมวลรัษฎากร
 
ตารางสรุปวิธีการคำนวณอากรแสตมป์ที่ต้องชำระ
เป็นผู้ที่กฎหมายกำหนดไว้ตามบัญชีอากรแสตมป์ 28 ลักษณะแห่งตราสาร

เป็นมูลค่าหรือวงเงินตามสัญญาหรือตราสารซึ่งเป็นยอดเงินที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

ร้อยละของวงเงินตามสัญญาหรือตราสาร หรือตามที่กฎหมายกำหนด (บัญชีอัตราอากรแสตมป์)
 
ยื่นแบบเฉพาะกรณีต้องชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน (ตารางสรุปกำหนดเวลายื่นแบบฯ)
 
- กรณีที่กฎหมายบังคับให้ชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินจะ ต้องยื่นแบบชำระเป็นตัวเงินเท่านั้น
- ชำระอากรแสตมป์ด้วยเงินสด หรือแคชเชียร์เช็ค
- กรณีที่กฎหมายไม่ได้บังคับ ให้ชำระอากรแสตมป์เป็น ตัวเงิน จะซื้ออากรแสตมป์ไปปิดทับตราสาร หรือยื่นแบบชำระ เป็นตัวเงินก็ได้
- ซื้ออากรแสตมป์ไปปิดทับตราสารต้องซื้อด้วยเงินสดหรือแคชเชียร์เช็ค
 
จากกรรมสรรพากร
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ลิงค์ที่น่าสนใจ

บริการออนไลน์

ข้อมูลบัญชี