แบบฟอร์มเข้าสู่ระบบ
จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 14 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
| วิธีการคำนวณภาษี |
|
ประมวลรัษฎากรได้กำหนดวิธีการคำนวณภาษีของภาษีแต่ละประเภทไว้แตกต่างกัน เช่น จัดเก็บภาษีจากเงิน
ได้สุทธิ ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินที่หักออกด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว จัดเก็บภาษีจากกำไรสุทธิ จัดเก็บภาษีจากรายรับหรือรายได้ก่อนหักรายจ่าย หรือกำหนดให้เสียอากรแสตมป์ในอัตราร้อยละของมูลค่าตราสาร หรือสัญญา เป็นต้นวิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สรุปได้ดังนี้ ตารางสรุปวิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.94 ภาษีเงินได้ครึ่งปี มาตรา 40(5)-(8) แห่งประมวลรัษฎากร วิธีคิดคำนวณมี 2 วิธี วิธีที่ 1 คำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ -นำเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย. หักออกด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเงินได้สุทธิ ให้นำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษี ตามบัญชีอัตราภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา จะได้ภาษีที่ต้องชำระครึ่งปี และสามารถ นำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้ วิธีที่ 2 คำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมิน เงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย. ตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไป ให้นำเงินได้พึงประเมินทั้งหมดไป คำนวณภาษีอัตราร้อยละ 0.50 ภาษีที่คำนวณได้จะเป็นภาษี ต้องชำระครึ่งปี และสามารถนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้ ***เปรียบเทียบยอดภาษีต้องชำระวิธีที่ 1 กับวิธีที่ 2 -ให้ชำระยอดภาษีที่คำนวณได้มากกว่า ก.ค.- ก.ย. ของปีนั้น - เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก ได้รับการยกเว้นภาษี ตั้งแต่ปีภาษี 2551 - เงินได้ ม.40(5)-(8) เลือกหักค่าใช้จ่ายเหมาหรือหักตามความจำเป็นและสมควรได้ - เงินได้ ม.40(8) ที่มิได้ ระบุไว้ใน พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 11 ให้หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร เท่านั้น ภ.ง.ด.90 ภาษีเงินได้ประจำปีภาษี มาตรา 40(2)-(8) หรือมาตรา 40(1) และมาตรา 40(2)-(8) แห่งประมวลรัษฎากร วิธีคิดคำนวณมี 2 วิธี วิธีที่ 1 คำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ -นำเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่เดือน ม.ค.-ธ.ค. หักออกด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเงินได้สุทธิ ให้นำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษี ตามบัญชีอัตราภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา จะได้ภาษีที่ต้องชำระประจำปี สามารถนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย และภาษีที่ชำระตามแบบ ภ.ง.ด.94 มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระประจำปีภาษีได้ วิธีที่ 2 คำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมิน เงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่เดือน มกราคมถึงธันวาคม ตามมาตรา 40(2)-(8) ตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไป ให้นำเงินได้ พึงประเมินทั้งหมด ไปคำนวณภาษีอัตราร้อยละ 0.50 ภาษีที่ คำนวณได้เป็นภาษีที่ต้องชำระทั้งปีและสามารถนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายและภาษีที่ชำระตามแบบ ภ.ง.ด.94 มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้ ***เปรียบเทียบยอดภาษีต้องชำระวิธีที่ 1 กับวิธีที่ 2 -ให้ชำระยอดภาษีที่คำนวณได้มากกว่า ม.ค.- มี.ค. ของปีถัดไป - เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก ได้รับการยกเว้นภาษี ตั้งแต่ปีภาษี 2551 -เงินได้ ม.40(5)-(8) เลือกหักค่าใช้จ่าย เหมาหรือหักตาม ความจำเป็นและสมควรได้ -เงินได้ ม.40(8) ที่มิได้ ระบุไว้ใน พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 11 ให้หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร เท่านั้น ภ.ง.ด.91 ภาษีเงินได้ประจำปีภาษี ม.40(1)แห่งประมวลรัษฎากร คำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ นำเงินได้พึงประเมินประเภทเงินเดือน ค่าจ้างฯลฯ ที่ได้รับตั้งแต่เดือน ม.ค.-ธ.ค. ของปีที่ผ่านมา หักออกด้วยค่าใช้จ่ายและ ค่าลดหย่อน ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเงินได้สุทธิ แล้วจึงนำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะได้ภาษีที่ต้องชำระทั้งปีและสามารถนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้ ม.ค.- มี.ค. ของปีถัดไป เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก ได้รับการ ยกเว้นภาษี ตั้งแต่ปีภาษี 2551 ตารางสรุปวิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ภ.ง.ด.51 ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีแรก - ห้างหุ้นส่วนจำกัด - บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามกฎหมายไทย - กิจการร่วมค้า - บริษัทที่ตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศที่ ประกอบกิจการในไทย - นิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศ - กิจการของรัฐบาล ต่างประเทศ -องค์กรของรัฐบาล ต่างประเทศ - เป็นรายได้และรายจ่าย ที่เกิดขึ้นในรอบ 6 เดือน แรกนับแต่วันเริ่มต้นของรอบระยะเวลาบัญชี - ใช้เกณฑ์สิทธิในการรับรู้ รายได้และรายจ่าย ประมาณการกำไรสุทธิ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องประมาณการกำไรสุทธิจากรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี เมื่อได้ประมาณกำไรสุทธิทั้งรอบระยะเวลาบัญชีแล้ว ให้นำกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล จะได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระครึ่งปี หากมีภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย สามารถนำมาหักออกจากภาษีต้องชำระได้ วิธีคำนวณภาษีต้องเป็นไปตามมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร กำไรสุทธิ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุนบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ หรือบริษัทที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนดให้นำรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงในครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีแรกมาคำนวณหากำไรสุทธิวิธีคำนวณภาษีต้องเป็นไปตามมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรเมื่อได้กำไรสุทธิแล้วให้นำไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจะได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระครึ่งปี หากมีภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายสามารถนำมาหักออกจากภาษีต้องชำระได้ ภายใน 2 เดือน นับแต่วันสิ้น 6 เดือนแรกของรอบระยะ เวลาบัญชี -ประมาณการกำไรสุทธิขาดไป เกินกว่าร้อยละ 25 จะต้องเสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 20 ของประมาณการกำไรสุทธิ ที่ประมาณ การขาดไป แต่เงินเพิ่ม อาจลดลง เสียสูงสุดไม่เกินร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของภาษีที่ชำระขาดไปได้ (ท.ป.81/2542) -ขาดทุนสุทธิหรือไม่มี รายได้ก็ต้องยื่นแบบฯ -บริษัท/ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ และมีรอบระยะเวลา บัญชีไม่ครบ 12 เดือนไม่จำเป็นต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 -ยื่นแบบฯ ณ สถาน ประกอบการที่สำนักงาน ใหญ่ตั้งอยู่ หรือยื่นแบบ ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th ภ.ง.ด.50 ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี - ห้างหุ้นส่วนจำกัด - บริษัทหรือ - ห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลตามกฎหมายไทย - กิจการร่วมค้า - บริษัทที่ตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศที่ ประกอบกิจการในไทย - นิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศ - กิจการของรัฐบาล ต่างประเทศ - องค์กรของรัฐบาล ต่างประเทศ -เป็นรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี -ใช้เกณฑ์สิทธิในการรับรู้รายได้และรายจ่าย กำไรสุทธิ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องนำรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี มาคำนวณหากำไรสุทธิ วิธีคำนวณภาษีต้องเป็นไปตามมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อได้กำไรสุทธิ แล้วให้นำไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ นิติบุคคล จะได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี สามารถนำภาษีที่ชำระแล้วตามแบบ ภ.ง.ด.51 และภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้ ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี -แนบงบการเงิน พร้อม กับแบบ ภ.ง.ด.50 -ขาดทุนสุทธิหรือไม่มี รายได้ก็ต้องยื่นแบบฯ -ให้ยื่นแบบ ณ สถาน ประกอบการที่สำนักงาน ใหญ่ตั้งอยู่หรือยื่นแบบ ผ่านทางเว็บไซต์ของ กรมสรรพากร www.rd.go.th ภ.ง.ด.52 ภาษีเงินได้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบการขนส่งผ่านประเทศต่าง ๆรวมทั้งประเทศไทย - เป็นรายได้ก่อนหักรายจ่าย ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี -ใช้เกณฑ์สิทธิ ในการรับรู้รายได้ นำรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีมาคำนวณภาษี ในอัตราร้อยละ 3 ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นภาษีต้องชำระสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น หากมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย สามารถนำมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้ ภายใน 150 วัน นับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี - รายได้ที่นำมาคำนวณภาษี เป็น ค่าขนส่ง ค่าระวาง ฯลฯ จากการขนส่งออกนอก ประเทศไทย - รายได้อาจได้รับการยกเว้นภาษีหรือลดอัตราภาษีตามอนุสัญญา ภาษีซ้อน - ไม่มีรายได้ก็ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.52 ภ.ง.ด.55 ภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี มูลนิธิหรือสมาคมที่เป็นนิติบุคคลซึ่งมีรายได้ -รายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี -ใช้เกณฑ์สิทธิในการรับรู้รายได้นำรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีมาคำนวณภาษีอัตราร้อยละ 10 เว้นแต่เงินได้ตามมาตรา 40(8)แห่งประมวลรัษฎากร ให้คำนวณภาษีอัตราร้อยละ 2 ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นภาษีต้องชำระในรอบระยะเวลาบัญชี หากมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย สามารถนำมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้ ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี -มูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศให้เป็นองค์กร สาธารณะกุศลส่งรายงานการประชุมใหญ่ งบดุล และบัญชี รายได้รายจ่าย ให้กรมสรรพากร ทราบภายใน 150 วัน นับแต่สิ้นรอบระยะเวลาบัญชี - รายได้บริจาค ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุง ที่ได้จากสมาชิก ได้รับการยกเว้นภาษี - ไม่มีรายได้ก็ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.55 ตารางสรุปวิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.30 (แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม) ผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม -รายรับเป็นยอดขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม -รายจ่ายเป็นยอดซื้อสินค้าหรือใช้บริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม นำยอดขายทั้งเดือนภาษีมาคำนวณหาภาษีขายในอัตราร้อยละ7 และนำยอดซื้อทั้งเดือนภาษี มาคำนวณหาภาษีซื้อในอัตราร้อยละ 7 หลังจากนั้นให้นำภาษีขายหักออกด้วยภาษีซื้อ -หากมีภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ให้ชำระภาษีส่วนต่างนั้น -หากมีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย จะขอคืนภาษีส่วนต่างเป็นเงินสด หรือยกไปใช้เป็นเครดิตภาษีในเดือนถัดไปได้ ตั้งแต่วันที่ 1-15 ของเดือนถัดไป ทุกเดือนไม่ว่าจะมีรายรับหรือไม่ - กรณีส่งออกเสียภาษี อัตราร้อยละ0 - กรณีทั่วไปเสียภาษีอัตรา ร้อยละ 7 (รวมภาษีที่จัดเก็บให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น) ภ.พ.36 (แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม) - ผู้ส่งเงินทุกราย - ผู้รับโอนสิทธิ - ผู้ขายทอดตลาด - ส่วนราชการ ขายทรัพย์สินที่ถูกยึด - รายจ่ายยอดซื้อสินค้าหรือซื้อบริการ จากผู้ประกอบการที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่เข้ามาขาย สินค้าหรือให้บริการเป็นการชั่วคราวในประเทศไทย - รายจ่ายค่าซื้อบริการจากประกอบการ ในต่างประเทศ และนำผลการให้ บริการนั้นเข้ามาใช้ในประเทศไทย - รายจ่ายกรณีรับโอนสินค้าหรือรับโอน สิทธิบริการ ที่ได้เสียภาษีอัตราร้อยละ 0 - รายรับการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียนกรณีผู้ขายทอดตลาดมิใช่ส่วนราชการ - รายรับการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ของผู้ประกอบการจดทะเบียนกรณี ส่วนราชการขายทรัพย์สิน - นำรายจ่ายที่เป็นยอดซื้อสินค้าหรือซื้อบริการมาคำนวณภาษีในอัตรา ร้อยละ 7 - นำรายจ่ายค่าโอนสิทธิในสินค้าหรือ บริการมาคำนวณภาษีอัตราร้อยละ7 - นำรายรับจากการขายทรัพย์สิน จากการทอดตลาดหรือจากการ ขายทรัพย์สินถูกยึดมาคำนวณ ภาษีอัตราร้อยละ 7 - กรณีผู้ส่งเงินทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 1-7 ของเดือนถัดไปจากเดือนที่จ่ายเงิน - กรณีผู้รับโอนสิทธิ ในสินค้าหรือบริการ ให้ยื่นแบบภายใน 30 วัน นับแต่วัน รับโอนสิทธิ - ผู้ขายทอดตลาดหรือ ส่วนราชการขาย ทรัพย์สินให้ยื่นแบบ ตั้งแต่วันที่ 1-7 ของ เดือนถัดไปจากเดือนที่ขาย - ยื่นแบบ ภ.พ.36 เป็นรายผู้ประกอบการรับเงิน - ใบเสร็จรับเงินที่กรมสรรพากร ออกให้จากการยื่นแบบ ภ.พ.36 ถือเป็นใบกำกับภาษีสามารถนำไป คำนวณภาษีซื้อในเดือน ภาษีที่กรมสรรพากรออก ใบเสร็จรับเงินให้ มิใช่เดือนที่จ่ายเงินให้ผู้ขายสินค้าหรือให้บริการ ตารางสรุปวิธีการคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ ภ.ธ.40 (แบบแสดงรายการ ภาษีธุรกิจเฉพาะ) ผู้ประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ รายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ นำรายรับที่มิได้หักรายจ่ายใด ๆ ที่ได้รับในเดือนภาษี มาคำนวณภาษีในอัตราร้อยละ ตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนดผลลัพธ์ที่คำนวณได้จะเป็นภาษีต้องชำระ และจะต้องเสียภาษีให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มอีกร้อยละ 10 ของอัตราภาษีที่จัดเก็บตามประมวลรัษฎากร - ตั้งแต่วันที่ 1-15 ของเดือนถัดไป - กรณีขาย อสังหาริมทรัพย์เป็นทางการค้าหากำไรให้ เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ขณะที่จดทะเบียน สิทธิ และนิติกรรม ที่กรมที่ดินโดยไม่ ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40 ที่กรมสรรพากรอีก - ผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษีธุรกิจเฉพาะ ต้องยื่น แบบ ภ.ธ.40 เป็นประจำทุกเดือนภาษี ไม่ว่าจะมีรายรับหรือไม่ - อัตราภาษีตาม ม.91/6 แห่งประมวลรัษฎากร ตารางสรุปวิธีการคำนวณอากรแสตมป์ที่ต้องชำระ เป็นผู้ที่กฎหมายกำหนดไว้ตามบัญชีอากรแสตมป์ 28 ลักษณะแห่งตราสาร เป็นมูลค่าหรือวงเงินตามสัญญาหรือตราสารซึ่งเป็นยอดเงินที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้อยละของวงเงินตามสัญญาหรือตราสาร หรือตามที่กฎหมายกำหนด (บัญชีอัตราอากรแสตมป์) ยื่นแบบเฉพาะกรณีต้องชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน (ตารางสรุปกำหนดเวลายื่นแบบฯ) - กรณีที่กฎหมายบังคับให้ชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินจะ ต้องยื่นแบบชำระเป็นตัวเงินเท่านั้น - ชำระอากรแสตมป์ด้วยเงินสด หรือแคชเชียร์เช็ค - กรณีที่กฎหมายไม่ได้บังคับ ให้ชำระอากรแสตมป์เป็น ตัวเงิน จะซื้ออากรแสตมป์ไปปิดทับตราสาร หรือยื่นแบบชำระ เป็นตัวเงินก็ได้ - ซื้ออากรแสตมป์ไปปิดทับตราสารต้องซื้อด้วยเงินสดหรือแคชเชียร์เช็ค จากกรรมสรรพากร |
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|
แสดงกระทู้ล่าสุด
1: โปรแกรมบัญชี by tukta522: ตอบ:ความหมายของการวิเคราะห์งบการเงิน by tukta52
3: ตอบ:ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับรู้รายได้ค่าเช่า by tukta52
4: โปรแกรมบัญชี by tukta52
5: ตอบ:ค่าใช้จ่ายก่อนการจัดตั้งบริษัท by tukta52
6: ตอบ:มาตรฐานการบัญชี by tukta52
7: เครื่องจักรเก่า by fahamiz
8: วันนี้กินไรดี by signal148
9: อยากเรียนบัญ by ohohippo
10: อยากเป็ผู้สอบบัญชี by wanpenwiw
show last 4hrs - 24hrs
| ลิงค์ที่น่าสนใจ |
|---|
|
เว็บไซด์ที่เกี่ยวข้อง บริการออนไลน์ ข้อมูลบัญชี |


ได้สุทธิ ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินที่หักออกด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว จัดเก็บภาษีจากกำไรสุทธิ จัดเก็บภาษีจากรายรับหรือรายได้ก่อนหักรายจ่าย หรือกำหนดให้เสียอากรแสตมป์ในอัตราร้อยละของมูลค่าตราสาร หรือสัญญา เป็นต้น